bookmark_borderกินอะไรดีหลังออกกำลังกาย

โดยทั่วไปแล้วในสมัยปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตามมักที่จะเป็นกิจกรรมที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะสามารถเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงสามารถเสริมสร้างรูปร่างที่ดีเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับใครหลายๆคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กินอะไรดีหลังออกกำลังกาย แถมยังเป็น หนึ่ง ในตัวช่วยในการป้องกันการเกิดโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่คนส่วนใหญ่มักที่จะมีพฤติกรรมการทำลายสุขภาพร่างกายของตนเองหลังการออกกำลังใจอยู่ไม่รู้ตัว

เพราะเนื่องจากว่า หลังออกกำลังกายเสร็จมักที่จะเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายหรืออาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อการออกกำลังกายได้ แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปสำหรับใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว

และกำลังมองหาอาหารดีๆหรือสารอาหารที่ 3 ารถส่งผลต่อร่างกาย ส่งผลให้การลดน้ำหนักหรือการออกกำลังกายมีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้เราก็จะ มาแนะนำสารอาหารที่เราควรจะทานหลังการออกกำลังกายหากใครไม่รู้จะเลือกอาหารประเภทไหนดีวันนี้เรามีคำตอบ

พลังงาน ถือเป็น หนึ่ง ในสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะในระหว่างที่เราออกกำลังกายร่างกายของเรานั้นจะสูญเสียพลังงานไปเยอะมากๆจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยพลังงานค่อนข้างสูงเพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปจากการออกกำลังกาย รับรองได้เลยว่าจะทำให้ร่างกายของเรา ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ร่างกายมีพลังงานอยู่ในเกณฑ์ตามที่ร่างกายต้องการ

โปรตีน หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าสารอาหารประเภทนี้มีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายออกกำลังกายหรือสายลดน้ำหนัก เพราะหลังจากที่เราออกกำลังกายเสร็จแล้วหากเรารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนค่อนข้างสูง

นอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายของเราให้กลับมาแข็งแรงยังสามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงให้แก่ร่างกายของเราได้  เครื่องช่วยฟังราคาถูก   อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ไขมัน ถึงแม้ว่าสารอาหารประเภทนี้หลายคนจะมองว่าไม่เหมาะที่จะทานหลังการออกกำลังเพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายของเราเกิดการสะสมของไขมัน แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น สารอาหาร ที่อุดมไปด้วยไขมัน ก็มีความสำคัญต่อร่างกายของเราเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทานอาหารหลังการออกกำลังกายที่อุดมไปด้วยไขมันดี เพราะจะสามารถช่วย ฟื้นฟูร่างกายของเราให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ดังนั้น รับรองได้เลยว่าหากทางหลังการออกกำลังกายจะยิ่งทำให้ร่างกายของเราเกิดผลดีนั่นเอง

bookmark_border3 นิสัยสุดแย่ที่ทำให้ระบบเผาผลาญพัง

รู้หรือไม่ว่า ระบบเผาผลาญของร่างกายนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลรักษาให้ดี เพราะถ้าหากว่าระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายเสื่อมลงโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว

หรือระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญถึงความผิดปกติของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ผิว ผม ร่างกายอ่อนเพลีย น้ำหนัก หรือไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตามของร่างกายก็จะได้รับผลกระทบ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย

รวมไปถึงระบบเผาผลาญไขมันของร่างกายให้ดีอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้ร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้อย่างชัดเจน

แต่ทว่า คนส่วนใหญ่ในสมัยนี้มักที่จะมีพฤติกรรมการทำลายสุขภาพร่างกาย หรือระบบเผาผลาญไขมันร่างกายตนเองโดยไม่รู้ตัว จนอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ฉะนั้น สำหรับใครที่มีระบบเผาผลาญร่างกายไม่ดี วันนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูกันว่านิสัย หรือพฤติกรรมที่ทำให้รับบเผาผลาญของเราพังโดยไม่รู้ตัว จะมีนิสัยแบบไหนบ้าง ไปดูกันเลย 

  • นิสัยการงดอาหารเช้า

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ มักที่จะมีพฤติกรรมการอดอาหารเช้า เนื่องจากการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ จึงทำให้  เครื่องช่วยฟังศิริราช   บางคนจำเป็นที่จะต้องอดอาหารเช้า ซึ่งรู้หรือไม่ว่า การที่เราอดอาหารเช้าบ่อย ๆ เป็นประจำ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราแล้ว ยังอาจทำให้ระบบเผาผลาญไขมันร่างกายของเราพังไปด้วยเช่นกัน เพราะจะยิ่งทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายพังโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง 

  • นิสัยไม่ทานไฟเบอร์

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า ไฟเบอร์มีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเผาผลาญ เพราะหากร่างกายของเราได้รับอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ก็จะสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญไขมันภายในร่างกายได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเมินไฟเบอร์ อาจจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราพังได้โดยไม่รู้ตัวนั่นเอง แถมยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายได้อีกด้วย 

  • นิสัยทานอาหารสำเร็จรูป

เนื่องจากอาหารสำเร็จรูป เป็นอาหารที่ทานง่าย สะดวกสบาย จึงทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าสามารถประหยัดเวลาในการทานอาหารไปได้เยอะมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เร่งรีบ แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารสำเร็จรูปหากเราทานบ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย นอกจากจะทำให้ร่างกายของเราขาดสารอาหาร ยังอาจเป็นการทำลายระบบเผาผลาญไขมันภายในร่างกายให้เสื่อมลงได้อีกด้วย ดังนั้น หากใครที่ไม่อยากให้ระบบเผาผลาญพัง ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปจะดีกว่า 

bookmark_borderไม่อยากป่วยง่ายต้องไม่พลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และพร้อมใช้งานอยู่เสมอนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้การใช้ชีวิตในประจำวันขิง้รามีประสิทธิภาพ เพราะไม่ว่าใครก็ตามคงอยากสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีให้แก่ตนเองกันทั้งนั้น

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะโรคภัยไข้เจ็บในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคไหนก็ตามเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีอยู่เสมอ ด้วยเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์

รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงนั่นเอง

นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่า นอกจากการเลือกรับประทานอาหาร หรือการออกกำลังกายเป็นประจำจะสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีให้แก่เราได้แล้ว

เครื่องดื่มบางประเภทในสมัยปัจจุบันนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่สามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีให้แก่เราได้เช่นกัน

ฉะนั้น หากใครที่อยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี และแข็งแรง ไม่ป่วยได้ง่าย วันนี้เราก็จะมาแนะนำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่รับรองได้เลยว่า

หากเราดื่มเป็นประจำนั้นจะสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีได้ และที่สำคัญยังไม่ทำให้เราป่วยได้ง่ายอีกด้วย 

1.น้ำผัก

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่หลาย ๆ คนนั้นพลาดไม่ได้ เพราะผักจะอุดมไปด้วยสารอาหารดี ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเยอะมาก ๆ แถมยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่สามารถช่วยป้องกันร่างกายของเราจากการเกิดโรคร้ายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเราดื่มเป็นประจำนั้นก็จะมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 

2.นมสด

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนั้น นมมสด ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจาก  เครื่องช่วยฟังอย่างดี   จะช่วยบำรุงกระดูกของเราให้แข็งแรง หรือมีส่วนช่วยในการย่อยได้ง่ายแล้ว การที่เราดื่มนมเป็นประจำนั้นจะยิ่งทำให้แคลเซียลในร่างกายของเราเพียงพอต่อการเข้าไปเสริสร้างกระดูกได้นั่นเอง 

3.น้ำแอปเปิ้ล

โดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ลแบบสด ๆ จะยิ่งดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา เพราะถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่สามารช่วยป้องกันร่างกายของเราจากการเกิดโรคได้ แถมยังช่วยฟื้นฟูร่างกาย ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

bookmark_border3 อาหารเพื่อสุขภาพที่ควรทานหลังการวิ่ง

การออกกำลังกายในสมัยปัจจุบันนี้ถือเป็นการ เผ่าพันธุ์ไขมันหรือเผาผลาญพลังงานภายในร่างกายซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่มักที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองด้วยการออกกำลังกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งเพราะไม่หนึ่งในกิจกรรมกีฬาที่เรียกได้ว่าเล่นง่ายเล่นตอนไหนก็ได้แถมยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ

แต่ก็ถือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายได้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ดีให้แก่ร่างกายได้

แต่รู้หรือไม่ว่าการที่เราวิ่งเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งทางที่ดีเราควรที่จะเลือกโภชนาการหรือเลือกรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วยเพื่อให้การวิ่งนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารหลังการวิ่ง เพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปจากการวิ่ง ฉะนั้น วันนี้เราก็จะมาแนะนำอาหารที่เราควรเลือกทานหลังการวิ่งรับรองได้เลยว่านอกจากจะช่วยซ่อมแซมหรือฟื้นฟูส่วนต่างๆได้เป็นอย่างดีแล้ว

ยังมีส่วนช่วยในการ บำรุงร่างกาย ช่วยทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปกับการวิ่งได้เป็นอย่างดีอีกด้วยจะมีอาหารประเภทไหนกันบ้างไปดูกันเลย

1.ผลไม้ หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าผลไม้นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารดีๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งก็เหมาะมากๆที่ควรจะเลือกทานหลังการวิ่ง เพราะผลไม้นั้นจะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี ช่วยให้กล้ามเนื้อของเรานั้นรู้สึกผ่อนคลายได้ รับรองได้เลยว่า นอกจากจะได้รสชาติที่อร่อยแล้วยังได้สุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย

2.ปลาแซลมอน รู้หรือไม่ว่าปลาแซลมอนนั้นถือเป็นหนึ่งในอาหารที่เราควรเลือกทานหลังการวิ่งมากๆ ถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าการรับประทานปลาแซลมอนหลังการวิ่งนั้นจะไม่เหมาะสม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลาแซลมอนก็ถือเป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีต่อหัวใจ และยังเป็นอาหารที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

3.กรีกโยเกิร์ต แน่นอนว่าอาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่ควรทานหลังการวิ่งมากๆ เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราค่อนข้างเยอะ เนื่องจากในกรีกโยเกิร์ตนั้นจะมีโปรตีนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่เจอสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซม ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในการรักษาสุขภาพลำไส้ของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย รับรองได้เลยว่า นอกจากจะได้สุขภาพร่างกายที่ดีแล้วยังถือเป็นหนึ่งในอาหารที่เราควรเลือกทานหลังการวิ่งมากๆ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย.  เครื่องช่วยฟังราคาถูก

bookmark_border3 เทคนิคการบริหารดวงตาจากอาการอ่อนล้า

เทคนิคการบริหารดวงตา เนื่องจากการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ เต็มที่ไปกับการทำงานเป็นส่วนใหญ่ และแน่นอนว่าหลาย ๆ คนนั้นมักที่จะมีพฤติกรรมการนั่งจ้องบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จนส่งผลกระทบต่อสายตา

ซึ่งการที่เราใช้วานสายตามากเกินไป โดยเฉพาะการใช้สายตาเพ่ง หรือจ้องแสงที่อาจเป็นตัวทำร้ายสายตาของเรา ซึ่งก็จะยิ่งทำให้สายตาของเรานั้นเสื่อมได้ง่าย รวมไปถึงอาจทำให้เรารู้สึกมีอาการตาแห้ง สายตาอ่อนเพลียได้นั่นเอง

เพราะโดยทั่วไปแล้ว ดวงตาของเรา ถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลสุขภาพดวงตาของตนเองให้ดีอยู่เสมอ

เพื่อรักษาดงตาของเราให้ใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทำให้หลาย ๆ คนนั้นมักที่จะมีพฤติกรรมการทำร้ายดวงตาของตนเอง และมีที่จะมีอาการปวดเมื่อตามดวงตา

ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการบริหารดวงตาเมื่อรู้สึกปวด หรือ  เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน   มีอาการล้า ซึ่งก็เป็นวิธีการบริหารดวงตาเบื้องต้น จะมีเทคนิคไหนกันบ้างที่สามารถรักษาดวงตาของเราได้ไปดูกันเลย 

1.การมองวัตถุรอบ ๆ ตัว เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกปวดเมื่อยรอบดวงตา ทางที่ดีเราควรที่พัก หรือบริหารดวงตาของเราเองด้วยการมองวัตถุรอบ ๆ ตัว เพื่อเป็นการพักสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ พยายามมองหาวัตถุรอบตัวสลับกันไปมา ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้ หรือระยะไกลเองก็ตาม เพื่อเป็นการบริหารดวงตาของเราเบื้องต้นนั่นเอง ทำแบบนี้ซ้ำไปมาประมาณ 10-15 นาทีเพียงแค่นี้ก็สามารถรักษาสุขภาพดวงตาของเราได้แล้ว

2.การประคบด้วยฝ่ามือ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่เรามีอาการปวดเมื่อยตามดวงตา หากเราใช้มือประคบเพื่อบริหารดวงตานั้นถือเป็นวีที่มีประสิทธิภาพเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นท่าบริหารดวงตาที่สบาย ๆ แถมยังทำให้เราได้เอนหลังพักอีกด้วย ซึ่งก่อนที่เราจะเอามือไปประคบเราควรที่จะถูมือทั้งสองข้างให้รู้สึกอุ่น ๆ หลังจากนั้นค่อยมาประคบลงที่บริเวณรอบ ๆ ดวงตาเพื่อเป็นการบริหารดวงตาให้รู้สึกผ่อนคลาย 

3.การกะพริบตา วิธีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ดวงตาของเรารู้สึกผ่อนคลายได้ เพราะโดยปกติแล้วหากเรานั่นอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน อาจทำให้หลายคนไม่ค่อยได้กะพริบตา ดังนั้น วิธีนี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีการบริหารดวงตาที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ แถมยังไม่ทำให้ตาของเรารู้สึกแห้ง ได้อีกด้วย สำหรับใครที่มักที่อาการปวดเมื่อยรอบดวงตา ลองพักสายตา และกะพริบตาบ่อย ๆ วิธีนี้จะช่วยได้อย่างแน่นอน

bookmark_border3 วิธีลดรอยย่นบนใบหน้า

ปัญหาของหนุ่ม ๆ สาวๆส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องของริ้วรอยบนใบหน้าหรือรอยย่นบนใบหน้ากันอย่างแน่นอน เพิ่งรู้หรือไม่ว่าการที่เรามีรอยัลรอยเหี่ยวบนใบหน้า ตอนอายุยังน้อยนั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้หลายคนนั้นเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้ แถมยังไม่กล้าออกไปข้างนอกไม่กล้าสู้หน้าผู้คนในสังคมอีกด้วย

ซึ่งปัญหานี้ถือเป็นปัญหาที่ทำให้หลายๆคนนั้นหนักใจกันเป็นอย่างมากและมักที่จะมองหาวิธีที่จะกำจัดรอยย่นหรือริ้วรอยบนใบหน้าออกไปอย่างถาวร และในสมัยนี้มีวิธีการมากมายที่จะสามารถลดริ้วรอยหรือรอยย่นบนใบหน้าของเราได้ที่ไม่เพียงแต่ใช้ครีมบำรุงผิวหรือต้องเข้าคอร์สคลินิกราคาแพง     

เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน    เพราะมีวิธีการดูแลบำรุงผิววิธีธรรมชาติที่หลายๆคนนั้นมักจะมองข้ามไป ซึ่งสำหรับใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลบำรุงผิวพรรณของตนเอง

และมักที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลรักษารอยย่นหรือริ้วรอยบนใบหน้า วันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีการลดริ้วรอยหรือรอยย่นบนใบหน้า รับรองได้เลยว่าวิธีดังกล่าวหากเราทำเป็นประจำนั้นจะทำให้ผิวของเราแลดูสุขภาพดีและอ่อนกว่าวัยได้อย่างแน่นอน จะมีวิธีไหนกันบ้างไป  3 วิธีลดรอยย่นบนใบหน้า  ดูกันเลย

1.ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน แน่นอนว่าครีมกันแดดถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยดูแลบำรุงผิวของเราให้ดีขึ้นได้แถมยังช่วยป้องกันการ มันถูกทำลายของผิวอีกด้วย ซึ่งหากเราอยากมีผิวหน้าที่แลดูขาวกระจ่างใสหรือไม่มีริ้วรอยเราก็ควรที่จะทาครีมกันแดดทุกครั้งถึงแม้ว่าเราจะอยู่บ้านหรือออกไปข้างนอกเองก็ตาม ควรที่จะเลือกทางไหนปริมาณที่เหมาะสมเพื่อเป็นเกราะ ป้องกันผิวของเรานั่นเอง

2.การจัดการกับความเครียด หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายรวมไปถึงปัญหาผิวต่างๆอีกด้วยยิ่งถ้าเรามีความเครียดสะสมเป็นเวลานานจะยิ่งทำให้ผิวหน้าของเราแลดูแก๊กกว่าวัยแถมยังเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่ายอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าเราควรที่จะจัดการกับความเครียดของตนเอง หรือทางที่ดีการไม่เครียดถือเป็น ปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต

3.การทามอยเจอไรเซอร์ สิ่งสำคัญในการดูแลผิวให้สุขภาพดีนั้นขาดไม่ได้เลยก็คือมอยเจอไรเซอร์ เพราะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชนิดนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อสุขภาพผิวเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้ ยังสามารถช่วยลดรอยย่นหรือลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

bookmark_borderสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับฟิตเนส

แน่นอนว่าในปัจจุบันเรื่องราว บทความต่างๆนั้นที่เกี่ยวข้องกับฟิตเนสนั้นมีมากมาย ดังนั้นกสนเข้าใจถึงหลักของการอธิบายหรือเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้นั้นก็เพื่อจะทำให้เรานั้นได้เข้าใจสิ่งต่างๆเกี่ยวกับฟิตเนสมากขึ้นเมื่ออ่านสิ่งเหล่านี้ Jim Labadie เป็นผู้ประกอบการฟิตเนส

ผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย และนักพูด  การฝึกอบรมส่วนบุคคลเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นกระแสรายได้ที่พิสูจน์แล้ว เป็นบริการที่ลูกค้าของคุณต้องการ อย่างไรก็ตาม ลูกค้าของคุณต้องการทราบว่าพวกเขากำลังทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ การเลื่อนตำแหน่งผู้ฝึกสอนให้กับพนักงานของคุณไม่ใช่งานที่น่าหวาดหวั่น

อันที่จริงแล้ว งานด้านการตลาดนั้นง่ายพอๆ กับที่คุณจะพบ ไม่มีอะไรสร้างความน่าเชื่อถือในใจของลูกค้าการฝึกอบรมส่วนบุคคลที่คาดหวังเร็วกว่าการพูดและการเขียนในที่สาธารณะ

น่าเสียดายที่มีความอัปยศติดอยู่กับอาชีพการฝึกอบรมส่วนบุคคล เป็นเวลาหลายปีที่เจ้าของสโมสรหลายคนปฏิบัติต่อผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายที่จำเป็น และสมาชิกของคุณหลายคนอาจเชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายเป็นเพียงนักกีฬาที่ไม่ฉลาดพอที่จะหางานทำ

บทความคุณภาพสูงที่เขียนโดยพนักงานของคุณจะเปลี่ยนการรับรู้ของพวกเขาในทันที ด้านล่างนี้คือเคล็ดลับในการใช้บทความเกี่ยวกับฟิตเนสเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ความรู้แก่สมาชิกของคุณ และขายเซสชันการฝึกอบรมส่วนบุคคลเพิ่มเติม

การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับฟิตเนส ให้ผู้ฝึกสอนของคุณถามสมาชิกว่าพวกเขาต้องการให้พวกเขาเขียนเกี่ยวกับหัวข้อใด นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับพนักงานของคุณ

ในการโต้ตอบและผูกพันกับสมาชิกโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกเหมือนถูกกดดันให้ซื้อของบางอย่าง เลือกหัวข้อที่ผู้คนสนใจจริงๆ ดูเหมือนจะชัดเจน แต่ก็ทำให้ฉันประหลาดใจเสมอว่าทำไมธุรกิจต่างๆ ไม่สนใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการ คนส่วนใหญ่ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวต้องการลดน้ำหนัก

คุณจะเขียนบทความเกี่ยวกับ six-pack abs หรือคุณจะเบื่อสมาชิกของคุณด้วยชุดเคล็ดลับอื่นในการลดความดันโลหิต เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องการทราบ

เลือกชื่อเรื่องล่วงหน้าสำหรับพนักงานของคุณเพื่อพูดคุยกับสมาชิก ตัวอย่างเช่น ผู้ฝึกสอนสามารถถามผู้หญิงคนหนึ่งว่าเธอสนใจอ่านบทความใดมากกว่ากัน พวกเขาชอบบทความเกี่ยวกับการใส่กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่หรือบทความเกี่ยวกับการปั้นบั้นท้ายให้แน่นขึ้นมากกว่ากัน ชื่อเรื่องเป็นกุญแจสำคัญ นิตยสารรายใหญ่จ่ายเงินให้กับนักเขียนคำโฆษณาเป็นจำนวนหลายพันดอลลาร์

เพื่อสร้างหัวข้อข่าวที่คุณเห็นบนแผงขายหนังสือพิมพ์ หากคุณต้องการให้สมาชิกของคุณอ่านบทความจริงๆ  ตรวจการได้ยินออนไลน์     คุณต้องคิดชื่อเรื่องที่ยอดเยี่ยม หากคุณต้องการไอเดียหรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจ ให้ไปที่ร้านขายของชำแถวบ้านแล้วดูนิตยสารที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน ใช้สูตรมหัศจรรย์ เริ่มต้นด้วยย่อหน้าเกริ่นนำที่อธิบายถึงปัญหาที่คุณกำลังจะแก้ไข ต่อไป

ให้เขียนรายการเคล็ดลับง่ายๆ ทีละขั้นตอน จะปฏิบัติตาม จากนั้นจบบทความของคุณด้วยประวัติผู้เขียนและคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ชัดเจน ให้ผู้ฝึกสอนของคุณแจกจ่ายบทความให้กับสมาชิกเป็นการส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่คุณถามความคิดเห็น วางบทความอย่างมีกลยุทธ์ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นก็ช่วยทำให้สามารถเข้าใจและเข้าถึงบทความได้มากขึ้น

bookmark_borderหนึ่งในแปดของชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่า 50 ปีแสดงอาการเสพติดอาหาร

หนึ่งในแปดของชาวอเมริกัน การศึกษาที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนอ้างว่า 1 ใน 8 ของชาวอเมริกันระหว่าง 50 ถึง 80 แสดงอาการเสพติดอาหารและเครื่องดื่ม ผู้เขียนใช้ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นแห่งชาติเกี่ยวกับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ระบุว่าร้อยละของผู้ที่เสพติดอาหารหรือเครื่องดื่ม การศึกษาที่ดำเนินการ

โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนอ้างว่า 1 ใน 8 ของชาวอเมริกันระหว่าง 50 ถึง 80 แสดงอาการเสพติดอาหารและเครื่องดื่ม ผู้เขียนใช้ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นแห่งชาติเกี่ยวกับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ระบุว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เสพติดอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น “สูงกว่ามาก” ในกลุ่มผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยห้าสิบและหกสิบต้นๆ

ทีมสำรวจความคิดเห็นและนักจิตวิทยา Ashley Gearhardt, PhD จาก U-M ใช้ชุดคำถาม 13 ข้อเพื่อวัดว่าผู้สูงอายุประสบกับตัวบ่งชี้

หลักของการเสพติดในความสัมพันธ์กับอาหารแปรรูปสูง เช่น ขนมหวาน ของขบเคี้ยวรสเค็ม เครื่องดื่มหวาน และบ่อยเพียงใดและบ่อยเพียงใด อาหารจานด่วน ตัวบ่งชี้การเสพติดที่ได้รับการวิเคราะห์รวมถึงความอยากที่รุนแรง การไม่สามารถลดปริมาณการบริโภค และสัญญาณของการถอนตัว

เมื่อนำผลการวิจัยมาพิจารณา Gearhardt เสนอว่าชุดคำถามมาตรฐานเดียวกันควรเป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรองที่สำนักงานแพทย์ เพื่อช่วยระบุผู้สูงอายุที่มีนิสัยการกินที่เสพติด ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการอ้างอิงถึงการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการหรือโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้คนจัดการกับการเสพติด การรับประทานอาหารหรือการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพในราคาไม่แพง

Gearhardt รองศาสตราจารย์ในภาควิชาจิตวิทยา UM และสมาชิกของ Institute for Healthcare Policy and Innovation (IHPI)

ได้ร่วมพัฒนาแบบสอบถามมาตรฐานที่ใช้ในการสำรวจที่เรียกว่า Yale Food Addiction Scale “คำว่าเสพติดอาจฟังดูแรงเมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร แต่การวิจัยพบว่าสมองของเราตอบสนองอย่างรุนแรงต่ออาหารแปรรูปสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาล แป้งธรรมดา และไขมันสูง เช่นเดียวกับยาสูบ แอลกอฮอล์ และสารเสพติดอื่นๆ สาร” Gearhardt อธิบาย“เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า เราจำเป็นต้องระบุและเข้าถึงผู้ที่เข้าสู่รูปแบบการใช้ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสนับสนุนพวกเขาในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพด้วยอาหาร”

เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์สำหรับการเสพติดอาหารแปรรูปสูงในระดับที่ใช้ในการสำรวจความคิดเห็น ผู้สูงอายุต้องรายงานว่ามีอาการเสพติดอย่างน้อย 2 ใน 11

อาการในการรับประทานอาหารแปรรูปสูง รวมทั้งรายงานความทุกข์ยากที่เกี่ยวข้องกับการกิน หรือปัญหาชีวิตหลายครั้งต่อสัปดาห์ ผู้เขียนการศึกษาได้กล่าวว่าเกณฑ์นี้เหมือนกับที่ใช้ในการวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเสพติดด้วยแอลกอฮอล์ ยาสูบ และสารเสพติดอื่นๆ จากผลการศึกษาพบว่า 17% ของผู้ใหญ่อายุ 50-64 ปี และ 8% ของผู้ใหญ่อายุ 65-80 ปีถูกจัดว่าเสพติดอาหาร ซึ่งรวมถึง 22 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงอายุ 50 ถึง 64 และ 18 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงอายุ 50 ถึง 80

ยิ่งไปกว่านั้น ผลการวิจัยพบว่าผู้ชาย 17 เปอร์เซ็นต์รายงานว่าตัวเองมีน้ำหนักเกิน ในขณะที่ผู้ชาย 1 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าพวกเขามีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน ผู้หญิง 34 เปอร์เซ็นต์รายงานว่าตัวเองมีน้ำหนักเกิน เทียบกับ 4 เปอร์เซ็นต์ที่ระบุว่าพวกเธอมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม “ความอยากอย่างรุนแรง” เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของการเสพติดอาหารแปรรูปสูงในผู้สูงอายุ โดย 24 เปอร์เซ็นต์อ้างว่าพวกเขามีความต้องการอาหารแปรรูปสูงอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง มากเสียจนพวกเขา “สามารถ อย่าคิดเรื่องอื่น”

นอกจากนี้ ร้อยละ 19 กล่าวว่าพวกเขาพยายามและล้มเหลวในการลดหรือหยุดรับประทานอาหารประเภทนี้อย่างน้อยสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ อีก 12 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าพฤติกรรมการกินของพวกเขาทำให้พวกเขาลำบากใจมาก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้น

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  เครื่องช่วยฟังฟรี

bookmark_borderOzempic Face คืออะไร? นี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้

 

การทำศัลยกรรมไม่ได้ต้อนรับคนผิวสีเสมอไป ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง การทำศัลยกรรมพลาสติกได้กำหนดและแกะสลัก

“ความสมบูรณ์แบบ” ผ่านเลนส์ Eurocentric เป็นเวลานานเกินไป ปัจจุบัน มีผู้ป่วยผิวดำจำนวนมากขึ้นที่ต้องการทำหัตถการเพื่อความงาม ในที่สุดศัลยแพทย์ก็เลือกใช้มีดผ่าตัดในแบบที่ต่างออกไปและยกย่องความงามที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อ Steven Williams, MD, เป็นผู้อาศัยในการทำศัลยกรรมพลาสติกในช่วงต้นปี 2000

สิ่งที่จำเป็นในการทำจมูก ได้แก่ มีดผ่าตัด, ถ่างจมูก และแม่พิมพ์ที่แสดงขนาดและรูปร่างของจมูกหลังการผ่าตัดที่ควรจะเป็น รูปร่างนั้นเล็กด้วยดั้งจมูกแบบ “กระโดดสกี” และ “ปลายจมูกแคบมาก” ดร. วิลเลียมส์ ศัลยแพทย์ตกแต่งและศัลยกรรมตกแต่งที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการในดับลิน แคลิฟอร์เนีย

และเป็นประธานรับเลือกของ American Society of Plastic Surgeons ( อาปส). “ถือว่าเป็นจมูกคลาสสิก” มันเป็น Eurocentric ทั้งหมด

ก้าวไปข้างหน้า ในที่สุดสิ่งต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ คนผิวดำและสีน้ำตาลมากขึ้นกว่าที่เคยเข้ารับการเสริมสวย ตามที่ American Society of Plastic Surgeons — 1.7 ล้านคนในปี 2020 เทียบกับกว่า 1 ล้านคนในปี 2010 (ประชากรผู้ป่วยผิวขาวเพิ่มขึ้นจาก 9.2 ล้านคนเป็น 10.3 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ในขณะเดียวกัน การทำศัลยกรรมพลาสติกก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นที่ความงามของแต่ละบุคคลและรักษาความแตกต่างทางชาติพันธุ์ แทนที่จะพูดให้ทุกคนมีจมูกที่เหมือนกัน

พบกับผู้เชี่ยวชาญ Steven Williams, MD, เป็นศัลยแพทย์พลาสติกและเสริมสร้างที่ได้รับการรับรองจาก  เครื่องช่วยฟัง    คณะกรรมการในดับลิน แคลิฟอร์เนีย และเป็นประธานที่ได้รับเลือกจาก American Society of Plastic Surgeons (ASPS) Charles Boyd, MD, เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการในเบอร์มิงแฮม รัฐมิชิแกน

และเป็นเหรัญญิกของ American Academy of Facial Plastic and Reconstructive Surgery (AAFPRS) Kelly Bolden, MD, เป็นศัลยแพทย์พลาสติกและเสริมสร้างที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Kristin Denise Rowe, PhD, เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน American Studies ที่ California State University, Fullerton

ในวัฒนธรรมที่ผู้หญิงผิวดำถูกจัดให้อยู่ในมาตรฐานความงามแบบ Eurocentric การเปลี่ยนแปลงอุดมคติในการทำศัลยกรรมพลาสติกที่ช้า

แต่มั่นคงนี้บ่งชี้ว่าเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ต่างออกไป ไม่เพียงแต่ผู้ป่วยผิวดำที่ต้องการทำศัลยกรรมเสริมความงามเท่านั้น แต่พวกเขายังไปที่สำนักงานของผู้ให้บริการโดยรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร และอาจสำคัญกว่านั้นคือสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ ผู้ให้บริการทางการแพทย์ด้านความงามที่ดีที่สุดกำลังรับฟังข้อกังวลของผู้ป่วยเหล่านี้และส่งเสริมบุคลิกลักษณะของพวกเขาดำไม่แตก” เป็นมนต์แห่งความภาคภูมิใจ แต่ได้แจ้งการตัดสินใจด้านการดูแลผิวและความงามอย่างผิดๆ

ผู้ป่วยผิวดำและศัลยแพทย์ผิวดำไม่ได้มีบทบาทในการทำศัลยกรรมพลาสติก คนไข้ที่ทำศัลยกรรมเสริมความงามเพียง 11% เท่านั้นที่เป็นคนผิวดำ ตามสถิติปี 2020 จาก ASPS และการประมาณการบางอย่างแสดงให้เห็นว่าศัลยแพทย์ตกแต่งประมาณ 2 ถึง 3% เป็นคนผิวดำ แต่ความจริงที่ว่ามีผู้ป่วยผิวดำจำนวนมากขึ้นที่แสวงหาบริการเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่าพวกเขากำลังเอาชนะอุปสรรคทางจิตวิทยาในการดูแลตัวเองด้วยวิธีนี้ ดร. วิลเลียมส์กล่าว

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่วลี “ดำไม่แตก” เป็นมนต์แห่งความภาคภูมิใจของชุมชนคนผิวดำ แต่ได้ให้ข้อมูลการตัดสินใจที่สำคัญในการดูแลผิวอย่างผิดๆ เช่น ควรใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ Charles Boyd, MD, ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการในเบอร์มิงแฮม รัฐมิชิแกน

และเหรัญญิกของ American Academy of Facial Plastic and Reconstructive Surgery (AAFPRS) กล่าวว่า วลีนี้อยู่เบื้องหลังข้อสงวนบางประการที่คนผิวดำมีเมื่อพิจารณาขั้นตอนเครื่องสำอาง . “ฉันพูดว่า เป็นความจริงที่สีดำไม่แตก – เราไม่ได้มีรอยย่นหรือริ้วรอยมากนัก‘” ดร. บอยด์อธิบาย “แต่มันหย่อนและหย่อนยาน‘”

bookmark_borderJuul ยอมจ่ายเงิน 462 ล้านดอลลาร์ให้กับแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และรัฐอื่นๆ

Juul ยอมจ่ายเงิน 462 ล้านดอลลาร์ เกี่ยวกับการอ้างว่าบริษัทจำหน่ายไอระเหยให้กับผู้เยาว์ Juul ไม่ยอมรับการกระทำผิดในข้อตกลงนี้ ซึ่งตามมาด้วยข้อตกลงอื่น ๆ อีกมากมายกับรัฐ

รัฐบาลท้องถิ่น และผู้บริโภครายบุคคลริษัทผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า Juul Labs Inc ได้ตกลงที่จะจ่ายเงิน 462 ล้านดอลลาร์

เพื่อยุติข้อเรียกร้องจาก 6 รัฐของสหรัฐฯ รวมถึงนิวยอร์กและแคลิฟอร์เนีย ที่ว่าบริษัททำการตลาดผลิตภัณฑ์เสพติดอย่างผิดกฎหมายต่อผู้เยาว์ บุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวเมื่อวันพุธ

ด้วยข้อตกลงนี้ Juul จะตกลงกับ 45 รัฐเป็นเงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ บริษัทไม่ยอมรับการกระทำผิดในข้อตกลง ซึ่งรวมถึงโคโลราโด อิลลินอยส์ แมสซาชูเซตส์ และนิวเม็กซิโก เช่นเดียวกับดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย

Juul ยังคงเผชิญกับการฟ้องร้องโดยมินนิโซตา ซึ่งการพิจารณาคดีกำลังดำเนินอยู่ เช่นเดียวกับการฟ้องร้องหรือการสืบสวนอย่างเปิดเผยโดยฟลอริดา มิชิแกน เมน และอลาสกา นอกเหนือจากการตั้งถิ่นฐานของรัฐแล้ว บริษัทตกลงที่จะจ่ายเงิน 1.7 พันล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีความหลายพันคดี

โดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและผู้บริโภคแต่ละราย ภายใต้แรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล ในปี 2019 Juul ได้ดึงรสชาติส่วนใหญ่ออกจากตลาดและหยุดการโฆษณาส่วนใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้สั่งห้ามผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในช่วงสั้น ๆ

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการระงับการห้ามใช้และตกลงที่จะพิจารณาการดำเนินการใหม่หลังจากที่บริษัทยื่นอุทธรณ์ อดีตนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของ Juul ผู้ผลิตบุหรี่ Marlboro Altria Group Inc กำลังเผชิญกับการเรียกร้องเกี่ยวกับบทบาทที่ถูกกล่าวหาในการทำตลาดบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ของ Juul และยังไม่ได้ข้อยุติ

เมื่อเดือนที่แล้ว Altria ประกาศว่าได้ยกเลิกการลงทุนใน Juul เพื่อแลกกับทรัพย์สินทางปัญญาบางส่วนของ Juul ณ เดือนธันวาคม ส่วนแบ่งของ Juul มีมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 12.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2561 หัวหน้าศูนย์ผลิตภัณฑ์ยาสูบขององค์การอาหารและยา (FDA) กล่าวเมื่อปีที่แล้วว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของวัยรุ่นในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ที่ “ระดับที่เกี่ยวข้อง”

และก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสาธารณสุขอย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลกลางกล่าวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่ามีนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายของสหรัฐประมาณ 2.55 ล้านคนรายงานว่าใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงสี่เดือนก่อนหน้าในปี 2565 บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่มีนิโคติน

ซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีอยู่ในบุหรี่ทั่วไป ซิการ์ และผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ นิโคตินในวัยรุ่นสามารถทำร้ายส่วนต่างๆ ของสมองที่ควบคุมความสนใจ การเรียนรู้ อารมณ์ และการควบคุมแรงกระตุ้น ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค CDC ยังกล่าวอีกว่าการใช้นิโคตินในวัยรุ่นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดยาอื่น ๆ ในอนาคต

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  เครื่องช่วยฟัง