bookmark_borderลดความอ้วนควบคุมไขมัน

การบริโภคของคนไทยในปัจจุบันพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดอย่างมาก เพราะเนื่องจากพฤติกรรมการกินของคนไทยนั้นมักจะกินหารที่ไม่มีปรัโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นการกินแป้ง น้ำตาล อาหารทอด เป็นต้นและไม่มีการออกกำลังกายทำให้เมื่อมีการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อรางกายไปในจำนวนที่มาก

ทำให้อาหารเหล่านั้นเกิดการสะสมในร่างกายและเกิดเป็นความอ้วนในที่สุดและความอ้วนนี้นั้นยังนำไปสู่ดารเกิดโรคต่างๆอีกด้วยโดยเฉพาะโรคไมในอุดตันนั่นเองซึ่งถ้าหากไม่มีการรักษาที่อย่างถูกวิธีโรคเหล่านี้ก็สามารถทำอันตรายต่อชีวิตได้อย่างน่ากลัวเลยทีเดียว

การจะควบคุมดรื่องน้ำหนักตัว การลดความอ้วนและการควบคุมไมขันได้นั้นสิ่งสำคัญเลยก็คือกรกินอาหาร ซึ่งจริงๆแล้วอาหารสามารถกินได้ทุกประเภทแต่ต้องรู้จักที่จะกินแบบมีความเหมาะสมกินในปริมาณที่พอดีและไม่กินบ่แยครั้งจนเกินไป เพราะอาหารที่เป็นตัวการในความอ้วนและการสะสมของไขมันนั้นกินมากก็จะทำให้เกิดผลเสีบกับร่างกายและระบบเผาผลาญที่ทำงานผิดปกติจนเกิดเป็นความอ้วนและไขมันในเลือกอุดตันในที่สุด อาหารกินได้แต่ถ้าเลี่ยงกินได้ก็ควรเลี่ยงอาหารประเภทนี้บอกเลยว่าเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนอย่างแน่นอน

นั่นก็คืออาหารประเภททอด อาหรยิ่งมันเท่าไหร่ยิ่งอร่อยและขอทอดก็เป็นหนึ่งในอาหารที่มีความมันจากน้ำมันซึ่งจริงๆแล้วนั้นอาหารทอดไม่ใช้ว่าไม่ดีขนาดนั้นแต่แน่นอนว่าอาหารที่ผ่านกรรมวิธีโดยการทอดแล้วนั้นจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการทางอาหารลดลงและเมื่อมีการทอดโดยน้ำมันและน้ำมันไปเกาะแลซึมเข้าแอยู่ในอาหารจึงทำให้อาหารนั้นเกิดความไม่มีประโยชน์และน้ำมันที่ผ่านการทอดทำให้เกิดเป็นความอ้วนได้นั่นเอ

อาหารที่มีน้ำตาลปริมาณมาก ความหวานก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความอ้วนและไขมันในเลือดอุดตันได้เช่นกันดังนั้นแล้วถึงแม้น้ำตาลจะให้ประโยชน์แต่ก็ให้โทษด้วยเช่นกันถ้าหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปและน้ำตาลที่ให้ประโยชน์จริงๆนั้นคือน้ำตาลที่ไม่ผ่านกรรมวิธีที่เยอะอย่างเช่นน้ำตาลแดงน้ำตาลอ้อยเป็นต้น

แต่ถ้าหากเป็นน้ำตาลทรายข่าวนั้นถือว่าเป็นน้ำตาลที่ไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่และเมื่อรับประทานปริมาณมากก็เกิดการสะสมและอ้วนในที่สุดได้ดังนั้นแล้วถ้าหากไม่อยากอ้วนและห่างไกลโรคต่างๆการกินอาหารเหล่านี้ห้น้อยลงก็จะสามารถช่วยให้ลดความอ้วนและควบคุมไขมันไม่ได้มากก็น้อยในระดับหนึ่ง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บแทงหวยถอนขั้นต่ำ100

bookmark_borderข้อดีของการที่เราเลิกกินน้ำอัดลม

จากการที่เรานั้นกินน้ำอัดลมจนทำให้ร่างกายของเรานั้นแย่เป็นเรื่องที่เราส่วนมากนั้นเจอกันเพราะว่าการที่เรานั้นกินน้ำอัดลมนั้นมากเกินเพราะว่าในน้ำอัดลมนั้นมีแต่น้ำตาลที่ทำให้เรานั้นเป็นโรคเบาหวาน  และการที่เรานั้นกินมากก็จะทำให้เรานั้นอ้วนมากขึ้นเพราะว่าในน้ำอัดลมนั้นมีน้ำตาลที่มากและก็สามารถที่จะเป็นโรคกระเพราะว่ากรดในน้ำอัดลมนั้นเข้าไปกัดกระเพราะเรานั่นเอง

เป็นเรื่องที่จริงเพราะว่าการที่เรากินน้ำอัดลมนั้นจะทำให้เรานั้นสามารถที่จะช่วยในเรื่องของการแก้กระหาย  และการที่เรานั้นช่วยในเรื่องทำให้เรารู้สึกว่าเรานั้นสดชื่นเมื่อเวลาที่เรานั้นกลับมาเหนื่อยๆนั่นเอง  แต่ว่าในการที่เรานั้นกินทุกวันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอนดังนั้นเว็บ  วิธีเล่นหวยหุ้น มือใหม่  ของเราจะมาบอกวิธีในการที่เราเลิกกินน้ำอัดลมนั่นเองว่ามีอะไรบ้างเพื่อว่าเรานั้นจะได้เลิกได้ง่าย 

  1. เรานั้นจะได้สุขภาพที่ดีขึ้น  ในการที่เรานั้นได้ค้นพบว่าการที่เรานั้นไม่กินน้ำอัดลมนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าจะทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีเพราะว่าในน้ำอัดลมนั้นมีน้ำตาลเยอะ  และในน้ำตาลนั้นจะเสี่ยงต่อการที่เรานั้นเป็นโรคหัวใจนั่นเอง  เพราะว่าได้ผลวิจัยว่าการที่เรานั้นกินอะไรนั้นแล้วมีน้ำตาลที่เยอะนั้นก็เสี่ยงกับการที่เรานั้นจะเป็นโรคความดันที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย  ดังนั้นเราก็ไม่ควรที่จะกินน้ำอัดลมนั่นเอง
  2. จะช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมอง  เมื่อเรากินน้ำอัดลมที่บ่อยและก็กินทุกวันกินมาหลายปีนั้นการที่เรานั้นเสี่ยงต่อการที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์เพราะว่าเรานั้นได้รับน้ำตาลที่มาก และการที่เรานั้นได้กินทุกวันเป็นเวลาที่นานนั้นอาจจะทำให้เรานั้นเสี่ยงกับเรื่องความจำและระบบประสาทนั่นเองเพราะว่าเรานั้นได้มีการทดลองกับหนูมาแล้วนั่นเองว่าการที่เราให้น้ำตาลที่มากนั้นจะเสี่ยงกับการที่เราเป็นโรคความจำสั้น  หรือว่าสมองของเรานั้นอาจจะลืม หรือไม่นั้นอาจจะเป็นโรคอัลไซเมอร์นั่นเอง  ดังนั้นการที่เรากินน้ำอัดลมมากๆจึงเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอน
  3. การที่เรานั้นกินน้ำอัดลมเป็นเวลาที่นานนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้ฟันของเรานั้นเหลืองไม่สวย  และก็อาจจะกร่อนได้และคราบหินปูนนั้นจะมาเกาะเพราะว่าเป็นกรดในน้ำอัดลมนั่นเอง  การที่เรานั้นกินน้ำอัดลมนั้นเสี่ยงต่อการที่เรานั้นจะเป็นที่กร่อนและเมื่อเวลาที่เรานั้นยิ้มนั้นฟันของเราจะไม่สวยเพราะว่าเหลืองเหมือนกับการที่เรานั้นกินชากาแฟที่ทำให้ฟันของเรานั้นเหลืองนั่นเอง  

bookmark_borderอาการหายใจแล้วมีกลิ่นจากจมูก

อยู่เราก็รู้สึกถึงเกี่ยวกับอาการที่เราเป็นนั่นเองเพราะว่าเรามีอาการเกี่ยวกับการที่เราเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วนั่นเอง  และการที่เรารู้สึกว่าการที่เราหายใจเข้าออกเรารู้สึกว่าเราเหม็นเกี่ยวกับกลิ่นเหม็นในจมูกของเรานั่นเอง  ทั้งที่เราก็อยู่ห้องของเราคนเดียว และการที่เรารู้สึกอย่างนี้เราก็เลยเลือกที่จะถามคนข้างๆว่าได้กลิ่นอะไรที่เหม็นๆบ้างไหมซึ่งคำตอบก็คือการที่เขาไม่ได้กลิ่นอะไรเลย  แต่ว่ากลิ่นที่เรารู้สึกคือกลิ่นที่เหม็นเน่าหรือว่ากลิ่นของปูเค็มอะไรอย่างนี้นั่นเอง   

        ส่วนบางคนก็เป็นอาการเกี่ยวกับการที่เราเป็นกรดไหลย้อนแต่ว่าเรามีความรู้สึกว่าเราสามารถที่จะได้กลิ่นเหมือนกันนั่นเองเพราะว่าเราก็กลัวว่าข้างในตัวของเราเป็นอะไรหรือเปล่าเพราะว่าเกิดอาการเกี่ยวกับการที่ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่มั่นใจในตนเองนั่นเอง  และก็กลายมาเป็นปมปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันนั่นเอง  เพราะว่าการที่เราเป็นอย่างนี้ก็จะทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจเพราะว่าเวลาที่เราพูดหรือว่าหายใจนั้นคนรอบข้างเขาจะได้กลิ่นที่เราได้กลิ่นหรือเปล่านั้นเอง  และในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจของหลายคน  ว่าเราเป็นอะไรนั่นเองเพราะว่าเราจะได้เตรียมตัวในการรับมือและเป็นการรักษาที่ถูกต้องนั่นเอง  

  และอาการเหล่านี้เป็นอาการที่เกิดจาก

  • การที่เราติดเชื้อในโพรงจมูก เกิดจากการที่เราเป็นหวัด นั่นเองเพราะว่าอาการเหล่านนี้ก็เกิดจากการที่เป็นไข้หวัดใหญ่
  • เป็นไซนัสอักเสบ  คือการที่เรารู้สึกได้เกี่ยวกับเวลาที่เราเป็นน้ำมูกไหลแล้วมีน้ำมูกที่เป็นสีเขียวเข้ม หรือว่าสีเหลืองเข้ม เนื่องที่เกิดจากการที่เราเป็นหวัดแล้วอาการหวัดก็ไหลลงคอนั่นเอง  หรือว่าจะเป็นอาการข้างเคียงอย่างเช่นการที่เราหายใจเข้าออกแล้วรู้สึกได้ว่ามีกลิ่งเหม็นแปลกๆที่  และเรารู้สึกได้เกี่ยวกับอาการของอาการเจ็บที่บริเวณโหนกแก้ม  ระหว่างคิ้ว  การที่เราหายใจแล้วรู้สึกว่ามีกลิ่นปาก 
  • เมื่อเราลองสังเกตดูว่าในรูจมูกของเรามีติ่งอะไรที่อยู่ในจมูกหรือเปล่านั่นเอง  
  • การที่เป็นนิ่วในทอนซิล 
  • การที่เราเกิดจากฟันผุ ก็สามารถที่จะทำให้เราเป็นอาการเกี่ยวกับมีกลิ่นปากได้นั่นเอง  หรือว่าการพูดแล้วทำให้รู้สึกว่าเหม็นนั่นเอง  

ส่วนคนที่เป็นอาการเกี่ยวกับกรดไหลย้อนก็คงเกิดมาจากการที่เราเรอบ่อย และเรารู้สึกว่าเราไม่ย่อย  เมื่อมีอาการเรอเราจะรู้สึกได้ว่ามีรสเปี้ยวออกมาจากในคอ  และการที่เราสะอึกบ่อยนั่นเองเพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีกลิ่นที่เหม็นได้นั่นเองแต่ว่าถ้าอาการที่เราเป็นรู้สึกว่าไม่ดีขึ้นเราควรที่จะไปพบหมอเพื่อที่จะเป็นอาการตรวจอย่างละเอียดนั่นเองเพื่อที่จะได้เริ่มในการรักษาขั้นตอนต่อไปนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

bookmark_borderทำได้ไงเบิร์นไขมัน 500 กิโลแคลอรี่ ภายใน 30 นาที

หากคุณต้องการเบิร์นไขมันออกให้ได้มากขึ้น คุณก็จะยิ่งต้องออกกำลังกายด้วยวิธีต่างๆ ให้นานขึ้น แต่จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป หากคุณรู้เทคนิคในการออกกำลังกายแล้วเลือกได้อย่างเหมาะสม

  1. วิ่ง แนวทางบริหารร่างกายลดความอ้วนยอดนิยมก็มีการวิ่งที่ติดอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นการบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอที่รีดไขมันได้ทุกส่วน แถมไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออะไรมากในการออกกำลังเลยทีเดียว อีกทั้งวิ่งได้ในและก็นอกสถานที่ด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวก็ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ใส่รองเท้าวิ่งให้พร้อม แล้วออกตัววิ่งไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่พักให้ได้ครึ่งชม ด้วยความเร็วคงที่ๆ 12 กม./ชม. ก็สามารถเบิร์นไปเลย 500 กิโลแคลอรี่เต็มๆ


  2. บริหารร่างกายโดยเน้นสร้างกล้ามเนื้อ (Strength Training) อย่างเช่น วิดพื้น เล่นเวท  ซึ่งเป็นการบริหารร่างกายเพื่อช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ทุกส่วนของร่างกายแข็งแรง การบริหารร่างกายนี้จะดึงไขมันและน้ำตาลที่สะสมอยู่ในส่วนต่างๆ ออกมาใช้เป็นพลังงาน เมื่อส่วนที่ไม่ดีของร่างกายถูกเอาออกมาใช้แล้ว ส่วนที่ดีๆ อย่างเช่นกล้ามเนื้อก็จะเริ่มสร้างขึ้นมาทดแทน โดยการบริหารร่างกายที่เน้นสร้างกล้ามเนื้อที่ดีควรทำให้ได้ประมาณ 30 นาที พัก 30 วินาทีต่อเซต จะช่วยเบิร์นไขมันได้ถึง 500 กิโลแคลอรี่ได้


  3. บริหารร่างกายแบบ Interval Trainingถ้าหากมีความคิดว่าการบริหารร่างกายแบบเดิมช่วยสลายไขมันได้น้อย แถมยังคงใช้เวลานาน ก็ทดลองเปลี่ยนแปลงมาบริหารร่างกายแบบอินเทอร์วอลดูบ้าง ตัวอย่างเช่น แทนที่จะวิ่งในอัตราความเร็วแบบคงที่ตลอดระยะเวลาที่ออกกำลังกาย ก็ให้เปลี่ยนมาวิ่งที่อัตราเร็วธรรมดาสลับกับวิ่งที่อัตราเร็วเพิ่มขึ้น เพิ่มความเข้มข้นในการวิ่งที่อัตราเร็วขึ้นสัก 1-2 นาที ต่อจากนั้นค่อยลดความเร็วลงมาในระดับธรรมดาหรือเท่าเดิม ถ้าทำอย่างนี้สลับกันไป เป็นเวลา 30 นาที ก็จะเผาผลาญได้มากกว่า การวิ่งแบบเดิม เพราะแบบเดิมนั้นหากต้องการเผาผลาญเพิ่มขึ้นก็ต้องวิ่งให้นานขึ้นเป็นชั่วโมง  


  4. ว่ายน้ำ นับเป็นวิธีการที่ช่วยเบิร์นไขมันไปใช้ได้เป็นจำนวนมากอีกแนวทางหนึ่ง ทั้งยังการว่ายน้ำยังดีต่อคนที่ไม่ชอบวิ่ง หรือไม่ชอบบริหารร่างกายที่จำเป็นต้องใช้ข้อต่อ เหตุเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับการเจ็บปวดตามต่างๆ เจ็บปวดหัวเข่า ซึ่งถ้าคุณกำลังมองหาแนวทางสลายไขมันที่ดีและรวดเร็วทันใจ การว่ายน้ำจึงเป็นแนวทางที่ดี โดยหากว่ายตลอด 30 นาที จะช่วยเบิร์นได้ถึง 500 กิโลแคลอรี


  5. ปั่นจักรยานสายปั่นทั้งหลายแหล่จำต้องอ่านให้ดีๆ เนื่องจากการปั่นจักรยานนอกจากจะทำให้เพลิดเพลินแล้วยังสามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี จากผลการศึกษาของได้เปิดเผยว่า หากคุณขี่จักรยานด้วยระดับความเร็วคงที่ๆ 25-30 กม./ชม. จะสามารถช่วยให้เผาผลาญได้ถึง 500 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว และถ้าเพิ่มระดับความเข้มข้นเป็นการปั่นแบบสปรินท์คือปั่นให้เร็วขึ้นสลับกับปั่นแบบธรรมดา ทำต่อเนื่องติดต่อกันจะยิ่งเผาผลาญไขมันได้เร็วขึ้นในเวลาอันสั้น รวมถึงหากมีการขี่จักรยานขึ้นทางชันก็จะช่วยในด้านการเผาผลาญด้วย 



แม้วิธีลดหุ่นที่ดีจะขึ้นอยู่กับการควบคุมของกินเป็นส่วนมากถึง 70% แต่ทว่าการบริหารร่างกายเพื่อสลายไขมันควบคู่ไปพร้อมๆ กันกับการเลือกทานนั้นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

bookmark_borderค่าใช้จ่ายสูงในตอนเริ่ม หนึ่งในข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า

เป็นเรื่องปกติที่ว่าการที่เราจะตามเทคโนโลยีหนึ่ง ก็ต้องใช้เงินในการจ่ายค่าเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย ต่างจากการที่จะเริ่มสูบบุหรี่มวน ซึ่งใช้เงินเพียงแค่ในการซื้อไฟแช็คสักอัน ซึ่งในร้านสะดวกก็มีขายอย่างถูกๆทั่วๆไปเลยล่ะ ราคาเพียงห้าบาทสิบบาท แล้วจากนั้นก็เริ่มซื้อบุหรี่ตามยี่ห้อที่ชอบได้เลย อาจจะราคาสูงขึ้นสักหน่อยเพราะรัฐบาลก็ได้ผลักดันทำให้ราคานั้นสูงขึ้นมาสักหน่อย

และยี่ห้อดังๆดีๆก็แพงขึ้นทุกวัน นั้นก็ถือเป็นต้นทุนคงที่จะต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอตลอดในการสูบบุหรี่มวน แล้วนั้นก็เป็นอะไรที่ง่ายต่อการคำนวณค่าบุหรี่ที่เรานั้นสูบไป ก็เพียงแค่เดินไปซื้อในร้านสะดวกซื้ออีกครั้ง

แต่มันช่างต่างกันอย่างมากกับบุหรี่ไฟฟ้า ที่บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีค่าใช้จ่ายในรายละเอียดที่มากกว่ามาก และบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละประเภทก็มีค่าใช้จ่ายที่แตกละเอียดออกมาไม่เหมือนกันอีกด้วย บุหรี่ไฟฟ้านั้น ที่แน่ๆที่จะต้องเสียเงินตอนแรก และอาจจะเป็นการเสียเงินครั้งเดียว ถ้าเราไม่ทำมันพังซะก่อนนะ นั้นก็คือตัวบุหรี่ไฟฟ้าเอง ตัวนี้ก็แล้วแต่รุ่นแล้วแต่ยี่ห้อเลยว่าราคาจะสูงจะต่ำกันแตกต่างกันไป

แต่แบบที่มีความทนก็จะแพงหน่อย และแบบที่ดูเปาะบางก็จะถูกๆหน่อย แต่นั้นก็แลกมาด้วยอายุการใช้งาน รวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละประเภทก็จะมีค่าตัวบุหรี่ไฟฟ้านั้นต่างกันอย่างชัดเจน อย่างบุหรี่ไฟฟ้าประเภทดูดสด นั้นก็จะราคาสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด นั้นก็เพราะความคงทนของมันนั้นแหละ ส่วนพวกตะกูล pod ก็จะถูกที่สุดเพราะว่าใช้ทั้งเทคโนโลยีและวัสดุที่ไม่ได้ทนทานมากนัก สามารถใช้แล้วเปลี่ยนได้ตามความชอบ ถ้าเกิดมียี่ห้อไหนที่ดูสวยกว่า

ต่อมาที่ต้องมาดูกันคือพวกรายละเอียดปลีกย่อยของตัวบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละประเภท เช่น บางประเภทอย่างพวกดูดสดที่ไม่ใช้แท็ง ก็จะต้องใช้สำลีในการดูดซับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ ถ้าเป็นแบบใช้แท็งก็จะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายตรงนี้ ในส่วนของคอยล์ของบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภทนั้นก็ค่อนข้างที่จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะว่าการเผาไหม้บ่อยๆครั้งจะทำให้คอยล์ความร้อนนั้น

เสื่อมสภาพอย่างแน่นอน และก็ต้องเปลี่ยนอยู่บ่อยๆเพื่อกันไม่ให้เกิดสารอันตรายเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป และอย่างเรียกว่าค่าใช้จ่ายเลยดีกว่าในส่วนของอุปกรณ์ตกแต่งให้บุหรี่ไฟฟ้าแบบดูดสดแท่งนั้นสวยงามยิ่งขึ้น ราคานี่อย่างโหดเลย แต่ไม่นับเป็นค่าใช้จ่ายละกันแล้วแต่ความชอบ

แน่นอนที่สุดค่าใช้จ่ายคงที่ของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า นั้นก็คือน้ำยาไฟฟ้า ซึ่งก็มีหลายรสหลายความเข้มข้นของนิโคติด และนั้นทำให้มีหลายราคา ตรงจุดนี้คงเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ต่างจากการซื้อบุหรี่ดูดมากนัก

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

bookmark_borderประโยชน์ของการดื่มน้ำ

        การดื่มน้ำถือว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเรามาก ซึ่งในแต่ละวันร่างกายต้องการน้ำไปล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายเราเป็นอย่างมาก ทุกคนดื่มน้ำในแต่วันให้ได้อย่างน้อยวันล่ะ 8-10 แก้ว/วัน การดื่มน้ำนั้นล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าร่างกายขาดการดื่มน้ำก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วัน ในแต่ล่ะวันควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำอาจมีผลเสียมากมายเหมือนกัน เรามารู้ประโยชน์จากการดื่มน้ำกันคราวๆค่ะ

1.การดื่มน้ำนั้นช่วยให้ร่างกายคนเรามีความสดชื่น ผ่อนคลายจากอาการเหนื่อยต่างๆได้มากมาย แต่ควรจิบดื่มทีล่ะนิดพอประมาณ ถ้าหากเกิดอาการอ่อนเพลียลองดื่มน้ำดูรับรองช่วยให้อาการดีขึ้นได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

2.การดื่มน้ำมากในแต่ละวันยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีด้วย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดี ไม่เป็นกรดไหลย้อน แต่ถ้าใครดื่มน้ำน้อยอาจทำให้ระบบขับถ่ายยาก เนื่องจากร่างกายต้องการน้ำไม่เพียงพอ และการดื่มน้ำมากด้วยลดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

3.การดื่มน้ำช่วยลดอาการปวดหัวลงได้ ซึ่งการปวดหัวนั้นเกิดจากร่างกายขาดน้ำ ลองดื่มน้ำเยอะๆช่วยให้อาการปวดลดลงได้ ดังนั้นในแต่ล่ะวันควรดื่มน้ำให้เพียงพอ

4.การดื่มน้ำช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักกัน ซึ่งในช่วงเวลาหิวอาหารแล้วหันมาดื่มน้ำแทน ทำให้ความยากอาหารลดน้อยลงได้ หรือก่อนเวลาทานข้าวดื่มน้ำก่อนช่วยให้ทานข้าวได้น้อยกว่าเดิม น้ำช่วยในเรื่องการเผาผลาญระบบร่างกายได้ดี ถือว่ามีประโยชน์สำหรับคนลดความอ้วน 

5.การดื่มน้ำช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจทำงานดี การดื่มน้ำยังช่วยให้สมองคนเราปลอดโปร่งอีกด้วย ช่วยลดอาการเครียดดังนั้นอย่าลืมดื่มน้ำหากเกิดอาการนะค่ะ 

           อันนี้แค่ประโยชน์คราวๆจากการดื่มน้ำ รู้หรือยังว่าการดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายคนเรามากมายมหาศาล อยากมีสุขภาพดีหันมาดื่มน้ำกันเยอะๆค่ะ แต่ทางที่ดีควรดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดรับรองว่าทุกคนมีสุขภาพดีแน่นอน ในระหว่างวันควรลดดื่มน้ำอัดลมหรือกาแฟ แล้วหันมาดื่มน้ำเปล่ากัน ซึ่งน้ำเปล่าล้วนมีแต่ประโยชน์แถมราคาถูกมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เชื่อหรือยังค่ะว่าการดื่มน้ำสำคัญต่อร่างกายคนเราเป็นอย่างมาก ทางที่ดีการดื่มน้ำควรควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายแค่นี้ทุกคนก็มีสุขภาพดีกันค่ะ 

 

 

ขอขอบคุณ  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ  ที่ให้การสนับสนุน

bookmark_borderดูแล ตับ ให้แข็งแรง

ตับ เป็นอวัยวะหนึ่งภายในร่างกายที่สำคัญเป็นอย่างมาก

เพราะจะเป็นอวัยวะที่คอยผลิตน้ำดี สะสมไกลโคเจน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และยังช่วยกำจัดพวกสารพิษสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้าไปสู่ภายในร่างกาย แต่ก็ใช่ว่าตับนั้นมีประสิทธิภาพการทำงานเหมือนเดิมอยู่อย่างสม่ำเสมอ การที่เรามีอายุเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป้นอวัยวะส่วนใดของร่างกายก็ล้วนแล้วแต่ที่จะมีประสิทธิภาพในการทำงานได้น้อยลงเช่นเดียวกัน นอกจากอายุที่จะเพิ่มมากขึ้นนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆที่จะส่งผลให้ตับนั้นเสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้อีกด้วย ต้องขอบอกก่อนเลยว่าได้มีการวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่คนไทยเป็นมากที่สุดนั้นคือ มะเร็งตับ

สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งตับนั้นมาจากการดื่มเหล้า สุรา แอลกอฮอล์ นั้นเอง เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและหาซื้อได้ง่าย การที่ดื่มสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในปริมาณที่มากจนเกินไปจะทำให้ตับมีการสะสมของสารพิษเอาไว้มากซึ่งสามารถก่อให้เกิดการเป็นโรคตับแข็ง ซึ่งในบทความนี้เราจะนำวิธีการบำรุงตับมาให้ทุกคนได้ทราบกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับหรือไม่เป็นก็ตามแต่ ก็ควรจะปฏิบัติเพื่อตับของคุณเอง แต่จะมีอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

1.ทานอาหารที่ช่วยในการบำรุงตับ อาหารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ควรเลือกทานอาหารที่เน้นต่อการบำรุงตับอย่างเช่น ขิง ที่เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ในการต่อต้านการอักเสบได้ดีเยี่ยม ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้ตับกำจัดสารพิษที่อยู่ภายในร่างกายได้อย่างดี และยังช่วยในเรื่องของระบบไหวเวียนเลือดทำงานดี หรือ สาหร่าย ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารในการช่วยระบบการทำงานของตับ ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและกำจัดสารพิษในร่างกาย อีกอย่างที่สำคัญนั้นก็คือ ผักใบเขียว ที่หลายๆคนไม่ชอบนั้นแหละคือแหล่งประโยชน์ชั้นดีเลยก็ว่าได้ เพราะจะช่วยทำให้ตับสะอาด เพิ่มกากใยให้ลำไส้ และยังช่วยแก้อาการท้องผูกกับระบบขับถ่ายด้วย

2.งดอาหารทอด อาหารมัน น้ำมันยังถือว่าเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แต่ก็ไม่ควรทานในปริมาณที่มากจนเกินไป ควรพยายามหลีกเลี่ยงและงด เพราะในอาหารประเภทนี้นั้นมีไขมันที่สูง จำนวนแคลอรี่ที่สูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถทำให้เกิดภาวะไขมนพอกตับได้

3.ไม่ควรทานยาเกินความจำเป็น การยาควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์หรือคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ยาชนิดนั้น ไม่ควรทานยาเกินจำนวนที่ถูกกำหนดเอาไว้ เพราะถ้าหากเราทานเกินจำนวนจะทำให้ตับทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาค่าของตับให้อยู่ในระดับปกติ

4.เป็นร้อนในอย่าปล่อยไว้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายมีความร้อนเกิดขึ้น และอวัยวะในร่างกายจะทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งจะต้องทานน้ำสมุนไพรเช่น น้ำใบบัวบก ฟ้าทลายโจร เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายให้เป็นปกติ เมื่อหายแล้วควรหยุดทานเพื่อไม่ให้ร่างกายเย็นจนเกินไป

5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ถือว่าเป็นวิธีการทั่วไป แต่สำคัญเป็นอย่าง เพราะการพักผ่อนนั้นจะเป็นช่วงที่ทำให้อวัยวะภายในร่างกายได้ซ่อมแซมเพื่อเตรียมใช้งานในวันต่อๆไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

bookmark_borderมีใครที่เคยเป็น “ฝี” กันบ้างหรือไม่เอ่ย ?

มีใครที่เคยเป็น “ฝี” กันบ้างหรือไม่เอ่ย ?
ใครบ้างที่มีประสบการณ์การความทรมาทรกรรมที่เคยเป็นฝี จะมีลักษณะตุ่มๆ กดแล้วเจ็บ เสมือนสิวแต่ว่าไม่ใช่สิว และที่สำคัญ ถ้าหากมีหนองขึ้นมายิ่งเจ็บ ยิ่งหายยาก ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่อาจไม่รู้เรื่องว่าเป็นสิวขนาดใหญ่ และก็ลงมือบีบหนองเอง แต่ว่าจริงๆแล้วถ้าเกิดเป็นฝี ควรจะให้หมอกระทำการรักษาอย่างถูกทางจะเหมาะสมที่สุด เพราะว่าการดูแลรักษาเองโดยผิดแนวทาง เสี่ยงอักเสบ เป็นแผลใหญ่ แล้วก็อาการหนักรักษายากกว่าเดิม

เพราะเหตุใดพวกเราถึงเป็น “ฝี” ?
ฝี เป็นผลมาจากเชื้อแบคทีเรีย เมื่อร่างกายเปรอะเปื้อน อ่อนแอ แล้วก็มีภูมิต้านทานต่ำ ทำให้ร่างกายติดเชื้อโรคแบคทีเรียง่าย นอกเหนือจากนั้นคนป่วยโรคเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ก็เสี่ยงเป็นฝีได้มากกว่าคนธรรมดา โดยฝีมักเกิดขึ้นรอบๆ ที่เกิดแบคทีเรียได้ง่าย ดังเช่นว่า รอบๆ ที่เป็นที่อับเปียกชื้นต่างๆ

รักษา “ฝี” ยังไง ถึงจะไม่เป็นอันตราย ?
ตามธรรมดาแล้วฝีสามารถหายไปได้เอง อาการก็จะดีขึ้น แม้ผู้ใดกันที่มีฝีอยู่ ควรจะดูแลให้ถูกแนวทาง ดังต่อไปนี้

1. ประคบฝีด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ทีละ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง การประคบฝีด้วยน้ำอุ่น จะก่อให้เส้นโลหิตรอบๆ ที่เกิดฝีไหลเวียนได้ดีขึ้น ฝีจะแตกเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. หมั่นล้างมือของตนให้สะอาด ถ้านำมือของตนเองที่ไม่สะอาดไปสัมผัสกับฝี อาจส่งผลให้ฝีติดเชื้อโรคได้ง่ายดายกว่าเดิม และบางทีอาจยังเป็นการกระจายเชื้อแบคทีเรียไปยังคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

3. อย่าบีบ คาดคั้น หรือเจาะฝีที่ยังไม่สุก (ไม่มีหัวหนอง) เนื่องจากว่าเชื้อโรคบางทีอาจแพร่กระจายไปยังรอบๆ ใกล้เคียงได้

4. ฝีควรมีอาการที่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ถ้ายังไม่ดีขึ้น มีขนาดใหญ่ไม่ปกติ หรือเผลอบีบฝีไปเองแล้ว ควรจะเจอหมอเพื่อชำระล้าง และกระทำการรักษาฝีให้ถูก เพื่อคุ้มครองป้องกันการได้รับเชื้อ และการเป็นซ้ำๆ ซากๆ

bookmark_borderการรับประทานอาหารสำหรับคนผอม

ผอมก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป บางคนที่กินเท่าไหร่ก็ดูจะไม่อ้วนเลย ช่างดูเป็นคนที่น่าอิจฉาของคนทั่วไปจำนวนมาก แต่ใจจริงสำหรับคนที่ผอมบางคนนั้น เขาก็อยากจะดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่ผอมถึงขนาดนี้ ไม่ได้อยากผอมแบบนี้ และพยายามที่จะกินให้มากเข้าไว้ แต่กินเท่าไรก็ไม่ยอมอ้วนสักที ผอมไปใส่อะไรก็ไม่สวย เสื้อผ้าก็แทบจะไปใส่เสื้อผ้าเด็กอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนผอม หลายๆ คนก็ไม่ได้โอเคไปซะหมด เคยสังเกตเพื่อนๆ รอบกายคุณไหม? บางคนกินเหมือนแมวดม แต่อ้วนเอาๆ ในขณะที่บางคนกินเยอะมาก แต่กลับไม่เคยอ้วนเลย

สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเองผอมเกินไป วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ผอมเกินไปและรู้สึกอยากจะเพิ่มน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมา ทั้งดีต่อสุขภาพ และดีต่อรูปร่าง วิธีการที่เราจะแนะนคือการเลือกรับประทานอาหารซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อย่างไรก็ตามทุกคนคงคุ้นเคยกับเกณฑ์น้ำหนักตามาตรฐานที่ต้องสมดุลกับความสู้งมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะฉะนั้นคงจะทราบดีว่าการมีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน บางครั้งก็แสดงถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การทำงานของฮอร์โมนผิดปกติ ซึ่งควรตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

การรับประทานอาหารสำหรับคนผอม

วิธีเพิ่มน้ำหนักสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป

1. กินมากกว่าที่ใช้ ร่างกายของเราเมื่อบวกลบคูนหารไปแล้วย่อมมีพลังงานที่ต้องการในแต่ละวัน หากเรากินได้มากกว่าพลังงานที่ร่างกายต้องการใช้ พลังงานที่ได้รับควรมาจากอาหารที่มีประโยชน์

2. หลีกเลี่ยงอาหาร junk food หรืออาหารที่เน้นไขมันจนเกินไป เนื่องจากอาหารเหล่านั้น มีไขมันและโซเดียมสูง ถึงแม้จะทำให้น้ำหนักเพิ่มก็จริง แต่ในแง่ของสุขภาพแล้ว ไม่เป็นผลดีเลย เพราะอาจทำให้เกิดคอลเรสเตอรอลตกค้างได้

3. แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น จากเดิมที่กินอาหารแค่ 3 มื้อหลัก แต่ให้แบ่งเป็น 5-6 มื้อต่อวัน

4. อาหารมื้อหลักให้เน้นโปรตีนจากเนื้อปลามากขึ้น โดยเฉพาะปลานึ่ง

5. อาหารว่างระหว่างมื้อควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ ขนมปังโฮลวีต หรือคาร์โบไฮเดรตจากผัก ผลไม้ อย่างข้าวโพด เผือก หรือมันอบ

6. ควรดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำทุกวัน จะช่วยเพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายได้ดี

สำหรับคำแนะนำในเรื่องของอาหารผู้ที่มีรูปร่างผอม หัวใจหลักเลย คือ การรับประทานให้มากพอที่ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างพอเหมาะ เน้นทานสิ่งที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ไม่ท่านอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป จนกลายเป็นไขมันส่วนเกิน ควบคู่กับการออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็อยากจะแนะนำเพิ่มอีกนิดว่าควรจะได้รับการตรวจสุขภาพทุกปีจะทำให้เราทราบว่าสุขภาพเรายังแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ พร้อมที่จะใช้ชีวิตได้อย่าง

bookmark_borderทำความรู้จัก ‘มะเร็งกล่องเสียง’ กันดีกว่า

มะเร็งกล่องเสียง เจอเร็ว รักษาได้
จากสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งกล่องเสียง หากไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง มักจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี เพราะมะเร็งได้ลุกลามแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น โดยเฉพาะไปอุดกล่องเสียงทำให้การหายใจติดขัดไม่สะดวก และอวัยวะที่อยู่ใหล้เคียง ได้แก่ หลอดเลือดแดงใหญ่ของลำคอก็โดนมะเร็งลุลามทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือลุกลามไปกดหลอดอาหาร ทำให้การกลืนอาหารเป็นไปได้ยากหรือไม่สามารถทำได้ เป็นต้น แต่หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ก็สามารถช่วยให้หายขาด และพูดได้เป็นปกติ หรือแม้ในรายที่เป็นระยะลุกลาม และได้รับการผ่าตัดกล่องเสียง ก็มักจะมีชีวิตยืนยาว และสามารถฝึกพูดจนสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้

การรักษามะเร็งกล่องเสียง
ในการจะรักษา ลำดับแรกเลยคือผู้ป่วยต้อองรู้ตนเอง หากพบว่ามีความเสี่ยง ควรรีบมาพบแพทย์ เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกล่องเสียง แพทย์จะให้การรักษา โดยแนวทางการรักษาเป็นดังต่อไปนี้

หากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกล่องเสียงเป็นระยะแรกเริ่ม คือ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 แพทย์จะทำการรักษาโดยให้ฉายรังสี หรือเลือกที่จะผ่าตัดไปเลย ซึ่งต้องเลือกเพียงวิธีเดียว ซึ่งผลของการรักษาต้องได้เท่าเทียมกัน แต่ทั้งนี้การฉายรังสีรักษามะเร็งกล่องเสียงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าตรงที่เป็นการให้รังสีกำลังสูง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง สามารถใช้รักษามะเร็งกล่องเสียงระยะแรกให้หายขาดได้ และไม่ทำลายกล่องเสียง ทำให้ผู้ป่วยสามารถพูดได้เป็นปกติ ส่วนในการผ่าตัด มักจะผ่าตัดกล่องเสียงออกบางส่วนเท่านั้น หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะสามารถพูด และกินอาหารได้ตามปกติ โดยอาจมีเสียงแหบบ้าง

ถ้าเป็นระยะลุกลาม คือ ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ที่ยังไม่มีการแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต ด้วยความที่เป็นระยะลุกลามแล้ว การรักษาจะเป็นการใช้การรักษาร่วมกัน หลายๆ วิธี โดยอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงแบบตัดออกทั้งหมด รวมทั้งจำเป็นต้องตัดต่อมน้ำเหลืองที่มีอาการโต หรืออวัยวะอื่นที่อยู่ใกล้เคียง ร่วมไปกับการฉายรังสี นอกจากนี้บางรายที่เข้าสู่ระยะลุกลามแบบหนักมากๆ โดยอาจใช้เคมีบำบัดร่วมด้วย เพื่อให้การฆ่าเซลล์มะเร็งเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น  ทั้งนี้ด้วยการรักษาอย่างหนักหน่วงนี้จะทำให้หลังผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ป่วยจะพูดไม่ได้เป็นปกติ แต่สามารถจะรับประทานอาหารได้ปกติในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยยังคงจะต้องฝึกการพูดแบบไม่มีกล่องเสียง โดยการกลืนลมเร็ว ๆ แล้วเอาลมจากกระเพาะอาหารย้อนผ่านหลอดอาหารออกมาเป็นเสียง (esophageal speech) หรือใช้อุปกรณ์ช่วยพูด (electrolarynx) ซึ่งเป็นเครื่องแปลงการสั่นของกล้ามเนื้อเป็นเสียง หรืออาศัยรูที่เจาะระหว่างหลอดลมและหลอดอาหาร

ทั้งนี้ แพทย์หู คอ จมูก, แพทย์รังสีรักษา และแพทย์อายุรกรรมด้านมะเร็ง จะเป็นผู้พิจารณาแนวทางวิธีการรักษา โดยประเมินจากความรุนแรง และ ระยะของมะเร็ง, ความพร้อมในด้านต่างๆ ของสถาบันที่ให้การรักษา รวมถึงสภาพของผู้ป่วยด้วย

การป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็งกล่องเสียง
ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันมะเร็งกล่องเสียงได้ 100% แต่ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งระคายเคือง เช่น ใยหิน นิกเกิล ฝุ่นไม้ กรดกำมะถัน ควัน สารเคมี มลพิษ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท รวมทั้งผักและผลไม้
  • ดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอทุกวัน หรือเล่นกีฬาเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อย่างไรก็ตามอาการเริ่มแรกของการป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียง ผู้ป่วยมักมีอาการเสียงแหบเป็นสำคัญ ถ้าหากผู้ป่วยพบว่าตนเองมีอาการเสียงแหบ หรือมีอาการเจ็บคอยาวนานถึง 2-3 สัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้ชายสูงอายุที่ มีประวัติสูบบุหรี่จัด หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมมานาน ควรรีบไปพบแพทย์ หู คอ จมูก เพื่อช่วยให้สามารถตรวจพบมะเร็งระยะแรก ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้