bookmark_borderฟังเพลงตอนออกกำลังกายช่วยอะไร

การเล่นกีฬาและออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพกายใจแข็งแรง โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำ วันละ 10-30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน แต่สำหรับบางคนการออกกำลังกายให้ได้ตามเป้ากลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจมี ความขี้เกียจ หรือความเบื่อหน่าย เข้ามาเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณหมดไฟ หรือหมดสนุกกับการออกกำลังกาย แต่ปัญหานี้จะหมดไป หากคุณรู้จักกับตัวช่วยดีๆ อย่างการ ฟังเพลงตอนออกกำลังกาย ที่นอกจากจะช่วยแก้เบื่อได้แล้ว ยังช่วยให้คุณออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมายเลยทีเดียว

ข้อดีของการฟังเพลงตอนออกกำลังกาย
1. ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้หนักขึ้น
หากออกกำลังกายแล้วรู้สึกเบื่อ หรือออกกำลังกายได้แป๊บเดียวก็เหนื่อย ให้คุณลองสร้างเพลย์ลิสต์เพลงสำหรับออกกำลังกายเอาไว้และเปิดฟังตอนออกกำลังกายครั้งต่อไปดู เพราะมีผลการวิจัยระบุว่า ผู้ที่ฟังเพลงตอนออกกำลังกายสามารถออกกำลังกายได้หนักขึ้น อีกทั้งการฟังเพลงยังช่วยให้สามารถออกกำลังกายซ้ำๆ หรือออกกำลังกายประเภทฝึกความอึดหรือฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้หนักและนานขึ้น โดยที่คุณรู้สึกเหนื่อยช้าลงด้วย

2. ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น
งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า อาสาสมัครที่ฟังเพลงตอนออกกำลังกายมีระดับของเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ “ฮอร์โมนรู้สึกดี” สูงขึ้น จึงทำให้ออกกำลังกายแล้วรู้สึกอารมณ์ดี

3. ทำให้จิตใจสงบ
เพลงที่มีจังหวะ หรือช่วงความเร็วคงที่ อยู่ที่ 80-115 ครั้งต่อนาที (BPM) เช่น เพลงบัลลาด เพลงคลาสิก สามารถช่วยให้หัวใจคุณเต้นช้าลง และช่วยลดความวิตกกังวลก่อนลงสนาม ออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง หรือเล่นกีฬาต่างๆ ได้ ไม่ใช่แค่จังหวะดนตรี แต่เนื้อเพลงและความรู้สึกที่คุณมีต่อเพลงนั้นๆ ก็สามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายและรู้สึกสงบได้เช่นกัน

4. ช่วยให้ร่างกายทำงานประสานกันมากขึ้น
เสียงเพลงไม่ได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวร่างกายเฉพาะตอนที่คุณเต้นเท่านั้น ไม่ว่าจะออกกำลังกายประเภทใด หากคุณฟังเพลงไปด้วย จะช่วยให้ร่างกายของคุณเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นจังหวะ และทำงานประสานกันได้ดีมากขึ้น จากการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การฟังเพลงตอนออกกำลังกายช่วยเพิ่มคลื่นไฟฟ้าในสมองส่วนที่ควบคุมให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างสัมพันธ์กัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเสียงเพลงถึงช่วยให้คุณทำท่าในคลาสแอโรบิก หรือ HIIT ตามผู้ฝึกสอนได้ง่ายขึ้น

5. ฟังเพลงตอนออกกำลังกาย… เวิร์กเอาท์ได้สนุกกว่า
หากใครเคยเข้าคลาสออกกำลังกายที่มีเพลงประกอบเร้าใจ เช่น คลาสปั่นจักรยาน ก็คงจะทราบดีว่า การฟังเพลงสามารถช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของคุณจากการออกกำลังกายสุดโหด ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น และสนุกขึ้นแค่ไหน จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีอาสาสมัครเข้าร่วมจำนวน 34 คนพบว่า การฟังเพลงตอนออกกำลังกายช่วยให้คุณออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนุกสนานกว่าการดูคลิปแบบไม่ฟังเสียงเสียอีก

6. ช่วยลดโอกาสบาดเจ็บ
งานศึกษาวิจัยในอาสาสมัครที่ไม่ได้เป็นนักวิ่งอาชีพจำนวน 26 คนพบว่า การฟังเพลงที่มีจังหวะในช่วง 130-200 ครั้งต่อนาที (BPM) จะทำให้นักวิ่งเร่งและชะลอฝีเท้าไปตามจังหวะเพลง แต่หากเลือกเพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นเป็นช่วง 160-180 ครั้งต่อนาที (BPM) การวิ่งแต่ละก้าวจะสั้นลง จึงช่วยลดแรงกด และแรงกระแทก รวมไปถึงช่วยลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย

7. ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
งานวิจัยในอาสาสมัคร 60 คนพบว่า การฟังเพลงช้าหลังจากออกกำลังกายเสร็จ สามารถช่วยให้อัตราการเต้นหัวใจ และระดับความดันโลหิตลดลง ทั้งยังทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วกว่าการฟังเพลงเร็ว หรือการนั่งพักในที่เงียบๆ นอกจากนี้การเลือกเพลงที่เหมาะสมยังช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดผลกระทบจากการออกกำลังกายได้อีกด้วย Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

bookmark_borderสาเหตุที่ทำให้เป็นไขมันพอกตับ

พูดถึงเรื่อง”ตับ” นึกถึงอะไรได้บ้าง?

บางคนตอบ อวัยวะอย่างหนึ่งในร่างกาย บางคนตอบอาหารน้องสุนัขที่บ้าน หรือ บางคนตอบหน่วยของการตบมุกตลกรึเปล่า… ในปัจจุบัน

คนเราชอบเอาศัพท์ปกติไปใช้แทนในความหมายต่างๆ บ้างก็ตรงความหมาย บ้างก็ไม่ใกล้เคียงต้นฉบับเลยอย่างคำว่า “ตำ” เราก็คิดว่ามันก็คือการ ตำ เป็นกริยาอย่างหนึ่ง ตำน้ำพริก ตำส้มตำ แต่ใครจะไปรู้ว่าวงการเครื่องสำอางคำว่า ”ตำ” มันคือการต้องไปซื้อเครื่องสำอางชิ้นนั้นมาครอบรองซะอย่างนั้น กลับมาที่”ตับ”กันดีกว่า ตับ จริงๆแล้วตามพจนานุกรมเลย ก็คือ อวัยวะภายในช่องท้อง ทำหน้าที่ผลิตน้ำดีและโปรตีนบางชนิด

สะสมสารอาหาร ขจัดสารพิษ ตับเกือบจะเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เนื่องจากมันต้องทำหน้าที่หลายๆอย่างแล้ว มนุษย์ยังชอบทำร้ายมันอีกด้วยการที่เรากินเหล้ากินเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์นั้นส่งผลโดยตรงต่อตับเป็นอย่างมาก มันอาจจะดูไม่เป็นอะไรในระยะสั้นแต่หากวันใดวันหนึ่งที่มันอยากหยุดทำงานขึ้นมา เราไม่สามารถรับรู้ได้เลยหากเราไม่ใส่ใจ

เพราะมันเป็นอวัยวะภายในเราไม่มีวันเห็นมันผิดปกติได้ด้วยตาเปล่า พูดกันตามความจริง ในแต่ละวัน เรานึกถึงตับน้อยมากด้วยซ้ำ แทบจะไม่นึกถึงเลยหากไม่มีใครมาถาม หรืออ่านเจอ หรือได้ยิน เราก็จะไม่มีวันนึกถึง ความหมายของมัน ประโยชน์ของมัน หรือหน้าที่ของมันซึ่งทุกคนรู้จัก แต่หลายคนก็ได้ทิ้งมันไว้ตอนเรียนจบมัธยมเรียบร้อยแล้ว

บทความนี้จึงอยากให้ทุกคนได้นึกถึงตับกันบ้างไม่อยากให้ลืมอวัยวะสำคัญสิ่งนี้ ไม่อยากให้คิดว่า ”ตับ” ก็คือ ”ตับ” แล้วจบไป แต่อยากให้นึกไว้ว่า”ตับ”มันดูแลเราอยู่ 24 ชั่วโมง ถ้าหากเป็น ไขมันพอกตับ ก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้น